← บทความกฎหมาย

หนี้แต่ละแบบมีอายุความกี่ปี? รู้ไว้ก่อนถูกฟ้อง หรือก่อนสายเกินไปที่จะฟ้อง

หนี้สินและสัญญาเผยแพร่ 17 ตุลาคม 2569

หลายคนเข้าใจว่า "หนี้ไม่มีวันหมดอายุ" หรือในทางกลับกันคิดว่า "เงียบไว้เดี๋ยวก็หมดอายุความเอง" ทั้งสองแบบไม่ถูกต้องทั้งหมด กฎหมายกำหนด อายุความ คือระยะเวลาที่เจ้าหนี้ต้องใช้สิทธิฟ้องร้องภายในกำหนด และแต่ละประเภทหนี้มีระยะเวลาไม่เท่ากัน

อายุความที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

  • 10 ปี — อายุความทั่วไป เมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น หนี้เงินกู้ยืม (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30)
  • 5 ปี — ดอกเบี้ยค้างชำระ และเงินที่ตกลงผ่อนชำระคืนเป็นงวด ๆ (มาตรา 193/33)
  • 2 ปี — ค่าสินค้าหรือค่าบริการที่ผู้ประกอบการค้าเรียกจากลูกค้า และค่าจ้างที่ลูกจ้างเรียกจากนายจ้าง (มาตรา 193/34) ส่วนหนี้บัตรเครดิต ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้โดยทั่วไปว่ามีอายุความ 2 ปี
  • 1 ปี — ค่าเสียหายจากการละเมิด เช่น ถูกรถชน ถูกทำร้าย ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ว่าถูกละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่เกิดเหตุ (มาตรา 448)

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด

  1. ศาลไม่ยกเรื่องอายุความขึ้นเอง ถ้าลูกหนี้ถูกฟ้องหลังหนี้ขาดอายุความแล้ว แต่ไม่ยื่นคำให้การต่อสู้ว่าขาดอายุความ ศาลพิพากษาให้แพ้คดีได้ (มาตรา 193/29) จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายศาล
  2. รับสภาพหนี้ = เริ่มนับใหม่ การทำหนังสือรับสภาพหนี้ ขอผ่อนผัน หรือชำระหนี้บางส่วน ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ (มาตรา 193/14) ก่อนลงชื่อในเอกสารใดที่เจ้าหนี้ส่งมา ควรอ่านให้เข้าใจก่อน
  3. จ่ายไปแล้วเรียกคืนไม่ได้ แม้ภายหลังจะรู้ว่าหนี้ขาดอายุความไปแล้ว เงินที่ชำระไปจะเรียกคืนไม่ได้ (มาตรา 193/28)

ควรทำอย่างไร

  • ฝั่งเจ้าหนี้: จดวันที่หนี้ถึงกำหนดชำระไว้ เก็บหลักฐานการกู้ยืม การส่งของ หรือการทวงถาม และปรึกษาทนายก่อนครบกำหนดอายุความ
  • ฝั่งลูกหนี้: เมื่อได้รับหมายศาล อย่านิ่งเฉย ต้องยื่นคำให้การภายในกำหนด และนำเอกสารไปปรึกษาทนายว่ายกเรื่องอายุความหรือข้อต่อสู้อื่นได้หรือไม่

การนับอายุความแต่ละกรณีมีรายละเอียด เช่น เริ่มนับวันไหน มีเหตุสะดุดหยุดหรือไม่ หากไม่แน่ใจ สามารถนัดปรึกษาทนายความของสำนักงานได้

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีของท่าน ข้อเท็จจริงที่ต่างกันอาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างกัน
มีปัญหาลักษณะนี้? ปรึกษาทนายของเรานัดปรึกษา

บทความอื่น

แชทกับเรา